30 วัน หัด "Vibe Code" เองจาก 0 (โค้ดไม่เป็นเลย) ได้อะไรบ้าง?

คิดว่าเรื่องทั่วไป เช่น เสกของใช้งานเบื้องต้นได้ คงเคยอ่านโพสต์อื่นหมดแล้ว เลยอยากแชร์ในมุมเราจริงๆ ว่าเรารู้สึกอะไร ผิดพลาดตรงไหน และเรียนรู้อะไรมา

ขอเล่าก่อนทำไมถึงมาลองเรียนรู้สิ่งนี้ เหตุผลง่ายมาก เพราะเห็นใครๆ ก็ทำ App, Skill, Website ในยุคนี้เต็ม Facebook เลยอยากลอง + ความ FOMO กลัวตามโลกไม่ทัน

ก่อนหน้านี้เคยลอง Gemini CLI รอบนึง แต่รู้สึกยากมาก พอเราไม่ใช่ Dev เจอหน้าจอดำๆ Terminal จะรู้สึกกลัว ช่วงนั้นค้างบ่อยด้วย เลยไม่ได้ศึกษาจริงจังต่อ

จนวันนึงนึกได้ว่ามี Website ที่อยากทำให้แบรนด์หลายอันเลย แต่ไม่อยากทำ WordPress เองแล้ว เสียเวลามาก UX/UI ก็ไม่ดีเท่าที่อยากได้ เลยกลั้นใจ อะงั้นลองดูละกัน หลังจากนั้นก็ยาวลองทำนู่นนี่ไปเรื่อย เลยเป็นที่มาของการนอนดึก หรือบางวันนอนเช้า 1 เดือนเต็ม 5555

🧠 ถ้าอยากเริ่มเรียนรู้ต้องทำไง:

ง่ายมาก จ่ายเงิน AI ตัวไหนก็ได้ 750 บาท (แต่ไม่แนะนำ Gemini Antigravity ละกัน ใช้ยาก 5555) แล้วก็เล่าสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ถามไปเรื่อยๆ แค่นั้นเลย ใช้ Codex หรือ Claude Code ก็ได้

เราจะมี Chat ใน GPT Webchat อีกอันแยกออกมา เพื่อถามความรู้ คำศัพท์เทคนิคยากๆ เพราะไม่อยากให้เปลืองเครดิต ไม่เข้าใจก็ถามซ้ำๆ จนกว่าจะเข้าใจ ไม่ก็ลอง Prompt สร้างจริงให้เห็นภาพ ค่อยมาถามต่อ

📚 บทเรียนสำคัญที่ได้:

1. เพราะไม่มีพื้นฐาน เลยได้เรียนรู้ Basic
ไม่เคยเข้าใจขนาดนั้นว่า การสร้างของที่ดี 1 อย่างขึ้นมา มีองค์ประกอบอะไรบ้าง ตอนแรกคิดว่า Prompt ไปเถอะ มันก็ออกมาเอง ไม่ถูกใจก็แก้ระหว่างทาง
แต่เหมือนสร้างบ้านที่เสาเข็มไม่ดี ยิ่งแก้ โครงสร้างยิ่งมีปัญหา วันนึงก็ถล่ม จึงได้เรียนรู้ว่าเราต้องเอาเรื่อง Basic ให้ดีก่อน เช่น อยากทำ Website ขึ้นมาอันนึง เว็บนี้อยาก Optimize เรื่องอะไร แบรนด์นี้อยาก Position ตัวเองเรื่องไหน
ทำเว็บให้สวยเน้น Design ไปเลย กับทำเว็บให้คนเสิร์ชเจอง่ายๆ SEO/AEO ถามว่าทำทั้งคู่ได้ไหม ก็ได้ แต่กับบางแบรนด์ ที่ไม่ได้อยากขาย Keyword เราเลือกไปสุดสักทางอาจจะง่ายกว่า
หรือการทำ App นึกไรออกก็ทำ Features ไปเรื่อย บางครั้ง Deploy Features B อันใหม่ ไปขัดกับอันเดิม Features A สรุปพัง UX ก็งงๆ เหมือนอยากยัดทุกอย่างใส่เข้าไป พอเอาให้คนใกล้ตัวเล่น ก็ดูไม่ออกว่าจริงๆ จะเน้นอะไรกันแน่
ล่าสุดฟังคลิป CK เค้าทำคล้ายๆ Loop Improvement ทำแอปขึ้นมา เอา Agent มายิง Persona Test ในปริมาณที่เยอะพอ ให้ AI รับฟีดแบ็กมาแก้ แล้วก็ยิง Agent ไปทดสอบใหม่ เป็น Continuous Improvement Loop
คอนเซปต์ดีมาก แก้ Skill หลายสิบรอบ แต่ลืมคิดไปว่า Model GLM ที่เรามีเครดิตเยอะๆ มันไม่ได้ฉลาดพอ Bug เยอะไปหมด สุดท้ายกลับมาถาม AI ว่า "เอาจริงๆ Model นี้มันทำไม่ได้ใช่ไหม" สุดท้ายมันก็ตอบว่า ใช่ มันอาจจะไม่ฉลาดพอ ตัวที่ฉลาดกว่านี้เช่น Opus หรือ GPT ก็อาจจะไม่ได้คุ้มค่า Token ใน Stage นี้สำหรับเรา

2. ปริมาณ ไม่เท่ากับ คุณภาพ
เคยบ้าทำ Skills เยอะๆ รวม AI ทุกตัวทำไป 50 Skills พยายามจะ Optimize ทุกอย่าง Content, Graphic, Reels, Google Ads Analytics, Automated SEM, Line Developer, Website Developer, App Developer, Business Strategy, Market Research นึกไรออกก็พิมพ์สร้างสกิลไป
แอบป้ายยา ถ้าอยากเน้นเรื่อง Marketing Automation ดีๆ ตามเพจพี่บอล Ball MarTech ได้เลย มี use case ดีๆเยอะมาก
สุดท้ายแทบเกือบทุกตัวเป็น Junk ไม่ได้ใช้จริง บางตัวหนักเลย Skill นึงไปขัดกับอีก Skill เพราะไม่ได้วาง Logic Flow ให้ดี ตอนนี้ลบทิ้งออกเกือบหมด
ค้นพบว่า Skill ที่ได้ใช้จริงคืออันที่มันมีข้อมูลเราเยอะพอ เช่น สกิล Brand Context ที่เราโยนไฟล์ JSON ดึงมาจากบทความที่เขียนใน Facebook เยอะๆ แบบนี้จะแม่นมาก ตอนนี้เหลือประมาณ 10 Skills ที่ใช้จริง

3. ถามตัวเองก่อน อยากทำอะไร ทำไปเพื่ออะไร
วันก่อนอ่านเพจพี่แมค AI กับ Peesamac แชร์เรื่อง Skill /loop-me ง่ายๆ คือถามเราเจาะลึก เหมือน Coaching เลย แล้วได้ผลมาก คือมันถามเราในคำถามที่หลายครั้งเราก็ไม่อยากตอบ อึดอัดที่จะตอบ แต่เป็นเรื่องสำคัญ
พอเราได้นั่ง Reflect กับตัวเอง จะมีโมเมนต์แบบ เออจริงแฮะ เราสร้างสิ่งนี้ไปทำไม ใช้เวลานานมากเพื่อทำสิ่งที่จริงๆ เราก็ไม่ได้ใช้ หรือไม่จำเป็นต้อง Automate ก็ได้ บางอันทำมือ ง่ายกว่า เร็วกว่า ได้ผลลัพธ์ดีกว่า

4. ทดลองไปก่อน ยังไม่ต้องรู้ก็ได้
ขัดแย้งกับข้อเมื่อกี้ แต่เราก็ Learning along the way เยอะจากการทำ Trial & Error บ่อยๆ เพราะเราไม่ได้เป็น Dev หลายครั้งเลยจินตนาการไม่ออกว่าสิ่งที่ทำควรจะหน้าตาออกมาประมาณไหน และกว่าจะรอภาพในหัวชัด เราอาจจะไม่ได้ลงมือทำเลยก็ได้
แต่พอมี Prototype ให้เห็น เริ่มจาก Prompt มั่วๆ ไปก่อน ทำให้เริ่มปะติดปะต่อได้ว่างั้นแก้ตรงนี้นิดนึง ปรับตรงนี้อีกหน่อย บางทีก็รื้อทำใหม่ไปเลย เพราะเอาข้อผิดพลาดของ Prototype แรกมาปรับจนรอบสองดีขึ้น

5. ฝึกใจเย็น ยิ่งร้อน ยิ่งพัง
ตอนทำ Website ให้ Fengshui Balance มีหลายหน้าที่อยากแก้มาก เปิด 3-4 Sessions แยกกัน แยกแม้กระทั่ง AI ที่ทำงาน เพื่อหวังว่าจะทำเสร็จไวๆ Deploy ได้เลย สรุปมันแก้ทับกันเอง คราวนี้เละกว่าเดิม ความแย่คือไม่ได้ Backup ไว้ แทบจะต้องเริ่มใหม่จาก 0 ทั้งๆ ที่ทำอีกนิดก็เสร็จละ
หรืออีกเคส พยายามจะ Optimize Aviva Spirit ตอนแรกทำใน WordPress เคยมีคนเตือนแล้วว่าไม่ง่ายนะ มีโอกาสพัง แต่ด้วยความร้อนวิชา คิดว่าเอาอยู่ สรุปหน้าหายไป 80% Backup กลับไปก็ไม่เหมือนเดิม ตอนหลังเลยต้องไปสร้างใหม่ใน Vercel และนั่งทำไปอีก 2 วัน 2 คืนเต็มๆ แบบแทบไม่ได้นอน เพื่อให้เว็บใหม่ใช้งานได้ ตอนนี้ก็ยังมีดีเทลเล็กๆ น้อยๆ ต้องปรับ

6. เราทำไม่ได้ทุกอย่าง AI ก็เช่นกัน
งานเขียนเช่นบทความนี้ มันคือ Love-Hate Relationship ชัดๆ ชอบเขียนเพื่อ Reflect ตัวเอง แต่เกลียด Process ที่ใช้เวลาเยอะ พอเสพติดความไวของ AI ก็ยิ่งพาลให้ขี้เกียจเขียนเข้าไปใหญ่
แต่จำคำที่พี่ทอย DataRockie พี่เบนซ์ Benz Arnun พูดได้เสมอ งานเขียนมันคือการฝึกตรรกะชั้นดีไม่ให้สมองฝ่อ ตอนนี้ก็เลยฝืนตัวเองมาเขียนสิ่งนี้เช่นกัน บางทีเราถาม AI ไปเรื่อยๆ เราขาดการคิดรอบคอบ ต้องเอาสิ่งนี้กลับมา
สารภาพตามตรง ช่วงนึงเคยจะทำ Skill เขียนให้หมด 100% เลย แต่ยิ่งอ่านยิ่งไม่ชอบภาษา สุดท้ายเลยตัดสินใจว่า จะเขียนเองเกือบ 90% อีก 10% เหลือไว้ให้ช่วยเรียบเรียง แก้คำผิด จัด Format พอ
หรืองาน Flow's Table ที่ต้องคุยกับผู้คน สิ่งนี้ AI ก็ยังทำแทนไม่ได้ และก็นึกไม่ออกว่าจะมาแทนได้ยังไง ตราบใดที่คนยัง Value การได้คุยกันแบบ Authentic เสมอ

ผ่านมา 1 เดือนรู้สึกอะไร:
1. กลัวตกงาน ธุรกิจหาย
2. รู้สึกดีกับตัวเองขึ้น — มี AI ช่วยปิด Gap ที่ขาดมา 4-5 ปี
3. บังคับตัวเองให้หยุด — ติด Builder's Loop เยอะไป
4. คุยกับ Developer ได้ง่ายขึ้นเยอะ — มี Prototype ในมือชัด บรีฟได้ง่ายขึ้น

สรุปผลงานที่ใช้ได้หลักๆ (488 Commits / ทุกอย่างฟรีหมด เว้นค่า AI Subscription):
- 6 AI Agents: Claude Code, Codex, Antigravity, Cursor, Hermes, Ollama
- 8 Websites: macnattapong.vercel.app, avivaspirit.com, flowstable.vercel.app, fengshuibalance.vercel.app, menamdc.vercel.app, menammechanika.vercel.app, menamstainless.vercel.app + 1 Internal
- 7 Bot / Webapp / Automation: Stock Management, Dashboard, Fashion Helper, Travel Bot, Photo Layout, Ship Loop + 1 ซุ่มทำอยู่
- 10+ Skills ที่ใช้จริง

จะบอกว่าสิ่งนี้ยากก็ยาก ง่ายก็ง่าย ทุกอย่างอยู่ที่มุมมองล้วนๆ แต่สิ่งที่เป็น Fact คือ โลกเปลี่ยนไวขึ้นเรื่อยๆ มุมนึงเราก็ต้องพยายามปรับตัวให้ทัน แต่อีกมุมเราก็ต้องกลับมาดูว่า อะไรที่จะไม่เปลี่ยน

คุณค่าของเราที่ AI แทนไม่ได้คืออะไร บางครั้งอาจจะแค่ "ความเป็นเรา" ก็ได้ ทุกคนมีข้อดีข้อเสียไม่เหมือนกัน และแค่นั้นอาจจะเพียงพอแล้วที่ตัวตนของเราคู่ควรกับการมีอยู่เสมอ

#FlowsTable
#FlowtoGrow