⚽ Messi ทำยังไงให้ได้ใจทั้งทีมตัวเองและคู่แข่ง
ฟุตบอลโลก 2022 รอบก่อนรองชนะเลิศ อาร์เจนติน่า เจอ เนเธอร์แลนด์ เกมเดือดตั้งแต่ต้นจนจบ นาทีที่ 88 ผู้เล่นทั้งสองทีมด่ากันแรง เตรียมเอาเรื่องใส่กัน
Van Dijk ที่เป็นกัปตัน Holland เดินเข้าไปหา Messi ไม่ได้ไปเอาเรื่อง แต่เอามือแตะไหล่ แล้วยืนข้างๆ เหมือนกันคนอื่นให้ออกไป ทั้งที่คนมีปัญหาก็คือเพื่อนร่วมทีมของ Messi เอง เป็นภาพที่ชวนให้ทุกคนงง
คืนนี้จะเป็นรอบรองชนะลิศบอลโลกระหว่าง อังกฤษ อาร์เจนติน่า ไม่มีใครรู้จะเป็นนัดสุดท้ายของ Messi ไหม เมื่อคืนได้ฟังคลิปของ TwentyTwo Diary ตอนแรกฟังสนุกๆตอนอาบน้ำ แต่ฟังไปฟังมามีหลายมุมน่าสนใจที่คิดว่ามาเล่าได้
1. เพื่อนร่วมชาติหลายคนมี Messi เป็น Idol
ภาพที่เท่มากก่อนเริ่มเกมส์ทีมชาติเสมอ จะเป็นทุกคนยืนรอสองฝั่งซ้ายขวา รอ Messi เดินมาหน้าสุด แล้วค่อยเดินออกจากอุโมงค์ตามหลัง Messi เป็นภาพ iconic ที่ติดตัวทีมชาติชุดนี้ไปแล้วก็ว่าได้
Enzo Fernández เกิดปี 2001 ตอน Messi เดินออกจากฟุตบอลโลก 2014 มือเปล่า Enzo ยังเป็นวัยรุ่น
Julián Álvarez เกิดปี 2000 ตอน Messi ลากครึ่งสนามยิง Getafe ปี 2007 ยังเป็นแค่เด็ก 7 ขวบ ที่นั่งดูทีวีจอเล็กๆ ในเมืองเล็กๆ แล้วเอาบอลไปฝึกเลียนแบบที่ถนนหน้าบ้าน
Lautaro Martínez เกิดปี 1997, Rodrigo De Paul เกิดปี 1994 โตมาในยุคที่ Messi ได้ Ballon d'Or ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลายคนเลือกเล่นฟุตบอลเพราะฝันว่าอยากเล่นกับเขาสักครั้ง
แล้ววันนึงฝันนั้นก็เป็นจริง ไม่ได้แค่เล่นกับ Messi แต่ได้รับบอลจากเขา
ถ้าใครตามดูบอลมานาน จะจำได้ว่า Messi เคยเกือบเลิกทีมชาติไปแล้ว
ปี 2016 แพ้รอบชิงอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันที่เข้าชิงทัวร์นาเมนต์ใหญ่แล้วจบแบบไม่มีถ้วย Messi โดนวิจารณ์ โดนตั้งคำถาม จนลูกชายตัวเล็กๆถามว่า ทำไมคนในอาร์เจนติน่าถึงไม่ชอบพ่อ
ตอนนั้น Messi ตัดสินใจเลิกทีมชาติทั้งน้ำตา ก่อนจะมีคนนึงขอให้เขากลับมาคือ Lionel Scaloni ซึ่งต่อมากลายเป็นโค้ชทีมชาติ แล้วดันนักเตะรุ่นใหม่ขึ้นมา (เรื่องราว Scaloni ก็น่าสนใจมาก ไว้เล่าทีหลังถ้ามีโอกาส)
พอ Enzo, Alvarez , Lautaro, De Paul ได้ลงเล่นกับเจ้าตัวจริงๆ มันเลยไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นเรื่องส่วนตัว คือการทำให้ไอดอลของตัวเองประสบความสำเร็จ
ในคลิปมีประโยคหนึ่งที่ติดอยู่หู "ไม่มีใครอยากเห็นไอดอลของตัวเองร้องไห้"
Argentina เต็มไปด้วยผู้เล่นสตาร์มากมาย ต่างคนต่างก็มั่นใจตัวเอง มี Ego แต่ Scaloni จัดแผน ให้ทุกคนยอมเล่นเพื่อ Messi จริงๆ ดูหลายนัดบอลโลกปีนี้ Messi เป็นตัวฟรีวิ่งไปทั่วสนาม อยู่ทุกตำแหน่ง จนหลายครั้งเปลี่ยนเกมส์ได้ เช่น พลิกมาชนะ Egypt 3-2 ในช่วงนาทีท้ายๆ
แต่ทั้งหมดนี้จะไม่เกิดขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะบารมี Messi ที่ทุกคนแทบจะถวายชีวิตในสนามให้ ลองคิดดูขำๆว่า De Paul ย้ายไป Inter Miami ทั้งที่เล่นในระดับสูงต่อได้สบายๆ เพียงเพื่อจะได้เล่นกับ Messi ในนามสโมสรด้วย5555
2. นึกถึงคนอื่นเสมอ ในทุกจังหวะ
ตอนย้ายไป Inter Miami คว้าแชมป์ Leagues Cup แชมป์แรกในประวัติศาสตร์ Yedlin คือกัปตันเดิมที่สวมปลอกแขนอยู่ก่อน ว่ากันตรงๆ Yedlin ก็ไม่ใช่ผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จมากนักในยุโรป แต่ก็เป็นกัปตันที่สมศักดิ์ศรีกับทีมชุดนี้ก่อน Messi ย้ายไป
Messi ไม่เคยเอ่ยปากขอเป็นกัปตัน แต่ตอนขึ้นรับถ้วย เขาถอดปลอกแขนตัวเองออก เอาไปให้ Yedlin แล้วยืนยันว่าคนที่ควรเดินไปรับถ้วยคือ Yedlin ไม่ใช่เขา จนตอนหลังเป็นภาพชูถ้วยด้วยกัน
ตอน Copa América 2024 เกมสุดท้ายของ Di María กับทีมชาติ Otamendi ก็ใกล้เลิกทีมชาติเหมือนกัน ตอนฉลองแชมป์ Messi ไม่ได้ชูถ้วยคนเดียว เขาไปเรียกทั้ง Di María กับ Otamendi ให้มาชูถ้วยด้วยกัน
เพิ่งรู้เหมือนกันว่า Otamendi สักหน้า Messi ไว้บนร่างตัวเอง หลังได้แชมป์บอลโลก 2022 ตกใจประมานนึง เพราะภาพลักษณ์เจ้าตัวคือบู๊แหลก ใส่ยับในสนาม ต้องเคารพขนาดไหน ถึงยอมสักอีกคนไว้บนตัว
ลองนึกดูถ้าเป็นเรา ได้ทำงานกับ 1 ในนักเตะที่เก่งที่สุดในโลก แล้วเค้าถ่อมตัวขนาดนี้ เราจะรู้สึกภูมิใจขนาดไหน
3. ไว้ใจคนอื่น ไม่ถือตัวเป็นใหญ่
ในโลกฟุตบอล เบอร์ 1 ของทีมมักเป็นคนยิงจุดโทษ ถ้า Messi จะยิงเองทุกลูกก็ไม่มีใครกล้าถาม แต่ตอนอยู่ Barcelona เขาแบ่งให้ Neymar ยิงกับ Suárez ยิงรวมกันเกือบ 30 ลูกที่เลือกส่งต่อให้คนอื่น
กับทีมชาติ ช่วงที่ Lautaro ยิงไม่ได้ ความมั่นใจหาย Messi ก็ยังเชื่อใจเขา ให้ยิงจุดโทษ มันไม่ใช่แค่เรื่องประตู แต่คือการกอบกู้ความมั่นใจน้องชายกลับมา ในวันที่ประเทศเองก็ต้องพึ่งพาคนอื่นด้วยเช่นกัน
De Paul เคยพูดเองว่า Messi ทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจจนอยากคุยเรื่องชีวิตด้วยกันมากกว่าเรื่องบอล
หรือสังเกตท่าดีใจ ถ้ามีใคร Assist สวยๆ ถวายพานให้ Messi ยิง ภาพติดตาคือเจ้าตัวจะชี้นิ้วไปที่เพื่อนเป็นการขอบคุณเสมอ ไม่ take credit ไว้คนเดียว
เพื่อนร่วมทีมเลยรัก Messi เสมอ และพร้อมปกป้องไม่ว่าจะเกิดอะไร
4. รับผิดชอบในทุกรายละเอียด
ตอนอยู่ PSG ปี มีครั้งนึงเดินทางไป Saudi Arabia โดยไม่ได้รับอนุญาต สโมสรสั่งพักงาน 2 สัปดาห์ ถ้าเป็นนักเตะระดับนี้คนส่วนมากคงเงียบ หรือบางรายอาจจะแก้ตัว โวยวายกลับ
แต่ Messi อัดวิดีโอขอโทษเอง ไม่โยนความผิดให้ใคร
Ballon d'Or 8 สมัย อาจทำให้หลายคนมี ego ที่จะไม่ทำ แต่ไม่ใช่กับคนนี้
หรือตอนสมาคมฟุตบอล Argentina มีปัญหาการเงิน มีเจ้าหน้าที่ รปภ อีเมลหา Messi เจ้าตัวเลือกที่จะเอาเงินตัวเอง จ่ายเคลียร์เงินเดือนค้างให้พนักงานหมดเลย แอคชั่นเงียบๆ ไม่ได้ประกาศออกสื่ออะไร
นึกถึงคำของพี่จิง ชนาพรรณ ที่เคยพูดใน Flow's Table
ผู้นำที่ดีดูยังไง เวลาเราเรียนคอร์สแพงๆ เราจำชื่อเพื่อนได้หมด แต่กับพนักงานเราล่ะ เราจำเขาได้ไหม นึกถึงเขารึเปล่า
Messi ไม่ได้นึกถึงแค่เพื่อนร่วมทีม แต่นึกถึงกระทั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไม่ได้อยาก make scene อะไรใหญ่โต
5. ทำตัวปกติ เป็นคนธรรมดา
บอลโลก 2018 มีการวิเคราะห์สถิติผู้เล่น 8 คนแรกที่ลงเล่นเกิน 180 นาที Messi เป็นคนเดียวที่ไม่มีสถิติพุ่งล้มเลย
ทุกครั้งที่โดนทำฟาวล์ ดึง เตะ ชน ที่มีมาเรื่อยๆทั้งเกมส์ เจ้าตัวจะพยายามยืนต่อถ้าทำได้ ฝืนพยายามพาบอลไปข้างหน้า เพราะรู้ว่าถ้าล้ม เกมจะหยุดโอกาสจะหายไปทันที
เรื่องแลกเสื้อด้วย มีกฎของตัวเอง คือไม่เคยเป็นฝ่ายขอก่อน แต่ถ้าใครเข้ามาขอ ก็ยินดีให้หมด
หรือเรื่องเล็กๆน้อยๆ อย่างเช่น Mac Allister โดนเพื่อนในทีมเรียกว่า ไอ้หัวแดง เจ้าตัวไม่แฮปปี้ แต่ทำอะไรไม่ได้ จนวันนึง Messi บอกให้ทุกคนหยุด หลังจากนั้นก็ไม่มีใครพูดคำนั้นอีกเลย
สุดท้าย การที่ Van Dijk ที่ปกติพร้อมชนกับใครก็ได้อยู่แล้ว (พูดในฐานะเด็กหงส์ด้วย555) ไปกันทีมตัวเองออกจาก Messi ให้ ก็บอกอะไรได้มากถึง respect ที่ทุกคนในวงการมีให้
ดูบอลมาจะ 20 ปี รู้อยู่แล้วแหละว่า Messi เป็นคนสบายๆ ง่ายๆ นิ่งๆ แต่ก็ไม่คิดว่าจะมี moment เล็กๆน้อยๆที่ทำให้คนอื่นประทับใจเยอะขนาดนี้
นอกจากเรื่องฝีเท้า คือคาแรคเตอร์ นิสัย ที่ทำซ้ำๆตลอดเส้นทางค้าแข้ง ที่ทำให้ทุกคนยอมรับได้จากใจจริง 🐐
ขอบคุณ TwentyTwo Diary อีกรอบ ที่ทำคลิปดีๆแบบนี้ขึ้นมาด้วยครับ ฟังแทบจะทุกคลิปจริงๆสำหรับช่องนี้
#Flow'sTable
#Flowstable
#FlowtoGrow