"นิยามการสร้างตัวตนในแบบฉบับของตัวเอง" 🚀- Flow's Table รอบล่าสุด ได้พี่ๆ จากหลักสูตร HOT - House of Talents มาแบ่งปันประสบการณ์การทำ Community ในแบบฉบับของตัวเอง ในยุคที่ AI อาจจะช่วยหรือทำแทนได้หลายทักษะ การคุยกับคนจริงๆ ได้เจอหน้า สื่อสารกัน ยังคงสำคัญและทดแทนไม่ได้เสมอ 🤝

💡นักธุรกิจ และการก้าวข้ามขีดจำกัด — พี่ป๊อป (BLDR.)

"ต้องแตกสลายก่อน ถึงจะก้าวข้ามขีดจำกัดได้จริงหรือ?"

คนส่วนใหญ่เชื่อในเรื่อง Breakdown เพื่อไปสู่การตื่นรู้ แต่พี่ป้อปปกลับมองต่าง การทะลุขีดจำกัด (Breakthrough) ไม่จำเป็นต้องแตกสลาย แค่เราต้องสร้างสภาวะความ "เข้มข้น" ให้มากพอ เหมือนการเข้ายิมไปยกเวทเพื่อทำลายกล้ามเนื้อเดิม แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้แข็งแกร่งกว่าเดิม แต่สำหรับบางคน การแตกสลายหรือเจอประสบการณ์ที่ painful มากๆ อาจเป็นหนทางที่ทำให้เขาได้เติบโตจริงๆ ก็เป็นได้

ความหมายของคำว่า "นัก" เป็นอะไรที่น่าสนใจ พี่ป้อปปถามพวกเราว่า เราได้ยินคำว่า "นัก" มาทั้งชีวิต แต่รู้ไหมรากศัพท์ของมันคืออะไร? คำตอบคือมันเพี้ยนมาจากคำว่า "หนัก" เราออกแบบชีวิตได้เสมอว่าอยากเป็น นัก อะไร เชี่ยวชาญอะไร แต่การจะได้มาซึ่งสิ่งนั้น เราต้องยอมที่จะ "หนัก" ใส่ใจ ทุ่มเท ให้เวลากับมัน จนเกิดเป็นทักษะและชื่อเสียงขึ้นมาจริงๆ

พี่ป๊อปนิยามตัวเองว่าเป็น "นักธุรกิจ" ชอบทำธุรกิจ ชอบสร้างแบรนด์ คำว่า "นักธุรกิจ" แปลว่าเราทำธุรกิจอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องผูกกับแค่อย่างเดียว เมื่อเรากล้าถอดอีโก้และตัวตนออกไปว่าเราต้องทำธุรกิจอะไร เราจะเริ่มมองเห็นโอกาสที่แท้จริง เราจะกลายเป็น learner ที่พร้อมเรียนรู้เสมอ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมที่ผ่านมาพี่ป้อปปจึงเคยทำมาแล้วหลายแบรนด์ และยังสนุกกับการทำธุรกิจใหม่ๆเสมอ

ในพาร์ทของการสร้างคอมมูนิตี้ พี่ป๊อปเชื่อในการมอบประสบการณ์ที่ไม่มีในชีวิตจริง ให้กับคนที่อาจจะไม่มีโอกาสได้เจอสิ่งเหล่านั้น จนในที่สุดทุกอย่างก็ตกตะกอนเป็น Pattern ที่ชัดเจน ออกมาเป็นหลักสูตร BLDR เพราะเราคือค่าเฉลี่ยของคนที่อยู่ใกล้ตัวเรา ถ้าเราล้อมรอบตัวเองด้วยคนที่มีความฝัน ตั้งใจลงมือทำจริง เราก็จะได้รับพลังงานเหล่านั้นไปด้วย

BLDR สำหรับพี่ป้อปปอาจจะไม่ได้กำไรเยอะเท่าธุรกิจอื่น แต่เป็นโปรเจคที่มีแพชชั่นเต็มที่ อยากส่งต่อสิ่งดีๆ ให้กับน้องๆ และความตั้งใจนี้ทำให้เป็นพลังในการทำคอมมูนิตี้ให้ดีต่อไปเรื่อยๆ

เบื้องหลังการทำเพจและคอนเทนต์ FrontPopp Couple Talk คือ:
เริ่มต้นจากการลงมือทำสิ่งต่าง ๆ ไปก่อนตอนที่มีแรง ทำเพื่อสร้างกติกาและวินัยให้ตัวเองจนกลายเป็น Routine

บางทีเราคิดเยอะ ไม่ได้ลงมือทำสักที แต่การทำไปก่อน ระหว่างทางเราจะรู้เองว่าควรปรับอะไรตรงไหน บางครั้งการไม่มีเป้าชัด แต่ได้ทำไปเรื่อยๆ ก็สนุกไปอีกแบบ

เมื่อเราก้าวเข้าสู่สภาวะลื่นไหล (Flow State) เราจะเริ่มมองเห็น Pattern จากนั้นค่อยนำมาจัดดีไซน์ใหม่ เหมือนตอนที่นึกอยากจัดกลุ่มเล็ก ๆ สอนเรื่องความรักให้กับเด็กๆ 6-7 คน ก็ตัดสินใจลงมือทำทันที โดยใช้การประกาศออกไปสู่สาธารณะเป็นเครื่องมือสร้าง Commitment เพื่อกดดันให้ตัวเองต้องทำให้สำเร็จ พอบอกไป ทุกอย่างก็จะตามมาเอง555

📌บริหารใจ บริหารเพจ — พี่ปอนด์ (วุ้นแปลภาษา)

แก่นสำคัญของการทำเพจในระยะยาวคือการประคองและรักษาระดับ Self-esteem ของตัวเองให้สูงอยู่เสมอ

จุดเริ่มต้นของ "วุ้นแปลภาษา" เกิดจากนิสัยรักการอ่านหนังสือ เมื่อเปิดพจนานุกรมเจอคำศัพท์น่าสนใจแล้วอยากมีพื้นที่สำหรับจดบันทึก พี่ปอนด์เลยนำความชอบมาประกอบรวมกันจนเกิดเป็น Branding และ Format ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน เป็นการรวมกันของความ Nerd และ Curiosity ที่ลงตัวพอดี

บุคลิคพี่ปอนด์คือคนที่สนุกและตลกมากๆ คนนึง พี่ปอนด์เล่าว่าตัวเองชอบรับน้อง เลยอยากทำงานรับน้องเป็นอาชีพ จนแปลงร่างต่อเป็น Agency ที่รับจัดงานสนุกๆ และตอนนี้ก็ยังทำอยู่ เป็นการดึง Character ออกมาเป็น Business Strength ที่ดีมาก

พี่ปอนด์เล่าถึงสมการ "Idea + Execution = Creativity" และมองว่า "ความ Contrast คือ Hook ที่ดีที่สุดในการดึงดูดผู้คน" เช่น CK เล่าเรื่องธุรกิจจริงจังในบริบทที่ไม่น่าจะจริงจังเลย อย่าง Ice Bath แต่กลายเป็นคนจำได้แล้วว่าคลิป CK จะมีแบบนี้ แถมไม่ได้ดูเพราะแค่อยากรู้เรื่องธุรกิจ แต่ดูเพราะอยากรู้ด้วยว่าจะแช่ได้นานกี่นาที555555 เพราะการเล่าธุรกิจทั่วๆ ไป มีคนดูเยอะแล้ว

สถิติและการเติบโตของวุ้นแปลภาษา ขับเคลื่อนด้วยการสังเกตและปรับตัว ในช่วงแรกที่เห็นว่าคนติดตามส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง จึงเลือกทำเนื้อหาประเภท "วุ้นแปลภาษาบอล" เพื่อดึงกลุ่มผู้ชายเข้ามา และขยายต่อยอดด้วย "วุ้นธุรกิจ" เพื่อเจาะกลุ่มผู้ใหญ่ โดยมีทีม Creative คอยช่วยประคองภาพรวมกว้าง ๆ แล้วพี่ปอนด์จะลงลึกไปเก็บรายละเอียดในชิ้นงานด้วยตัวเอง

เราถามต่อว่า แล้วพี่ปอนด์หาคนจากไหน? หายากมากเลยที่จะ Creative แบบพี่ปอนด์ ไหนจะ Character ที่เฉพาะตัวอีก พี่ปอนด์เล่าว่าทุกคนที่เข้ามาในทีมจะมี In House Training เช่น คอร์สเรียนปั้นคนเป็นวุ้น อบรมจริงจัง เพื่อถ่ายทอด DNA วุ้นแปลภาษาออกไป

จนถึงตอนนี้ พี่ปอนด์สามารถสเกล (Scale) ความคิดสร้างสรรค์ออกมาเป็น Revenue Engine ที่มั่นคงผ่านทั้งงาน Event, คอนเทนต์ และการทำ Marketing Agency แต่ในท้ายที่สุด สิ่งที่พี่ปอนด์ย้ำเตือนตัวเองและคนทำธุรกิจเสมอคือ "ไม่มีอะไรที่มากเกินไปแล้วจะดี แม้แต่คำว่าความดีก็ตาม"

คำนี้อาจจะดูเข้าใจยากนิด แต่ที่จริงก็คือการ Balance ให้ลงตัวระหว่างทุกสิ่ง ถ้าเรายึดติดความดีตัวเองมากไป บางครั้งเราอาจจะลืมมองโลกตามความเป็นจริงก็เป็นได้ ⚖️

🤝ปรัชญา Base Camp Ventures และการซื้อใจคน — พี่แคน (Can.Chunn)**

บทเรียนชีวิตจากอดีต Stock Trader และโต๊ะ Poker ที่สอนให้เข้าใจกลไกของ "คน" และ "เงิน" สู่บทบาทนักสร้างธุรกิจที่วางพิมพ์เขียวและปักหมุดการทำแต่ละธุรกิจ Valuation 500 ล้านบาทภายในระยะเวลา 5 ปี

พี่แคนนิยามตัวเองเป็น "สะพาน" เชื่อมระหว่าง "คนที่มีประสบการณ์" กับ "เด็กที่มีไฟ" เข้าด้วยกัน เพราะถอดบทเรียนจากชีวิตตัวเองได้ว่า หากในช่วงเริ่มต้นเรามี Mentor ที่ดีคอยชี้แนะ ทิศทางชีวิตและการเติบโตจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง อาจจะโตได้ไวกว่านี้ เร็วกว่านี้ เจ็บน้อยกว่านี้ (ในมุมหนึ่งก็คล้ายที่พี่ป้อปปออกแบบ BLDR ขึ้นมา)

กลยุทธ์การหาทีมงานจึงเน้นระบบ Referral เป็นหลัก หาทีมงานจาก circle ที่พอจะรู้จักอยู่แล้ว ชวนคุยและแชร์ภาพอนาคตร่วมกัน ตามหาคนที่มีเป้าหมายและอยากเติบโตไปในทิศทางเดียวกัน

พี่แคนเล่าว่า หน้าที่ตัวเองจริงๆ คือการตาม "จีบ" คนที่มีศักยภาพ set เป้าหมายให้ชัด สร้างทีมให้ดี เพราะถ้าเราได้คนที่เก่งและเข้ากับเราได้ แต่ละธุรกิจเติบโตได้ตามเป้า ตัวเครือ Basecamp เองก็จะเติบโตตามไปด้วย

วิธีการชักชวนคนคือพี่แคนจะมีแนวคิดธุรกิจในหัวพร้อมยื่นข้อเสนอให้ลองมาทำแบบ Part-time ร่วมกันดูก่อนสัก 2-3 เดือน เพื่อดูว่าทำจริงแล้วชอบไหม เข้ากับทีมได้ไหม เป็นธุรกิจที่ทำแล้วเข้ามือรึเปล่า

พี่แคนจึงมี "Mini CEO" อยู่หลายคนในเครือ โดยทุกธุรกิจโฟกัสที่โมเดลธุรกิจที่สามารถสเกลในระดับ Localize ได้ (บางตัวอย่างที่พี่แคนเล่าสนุกมากแต่อาจจะเล่าไม่ได้เยอะในนี้55555) บางธุรกิจก็ลงไปทำเอง เพื่อพิสูจน์ตัวเองให้ทีมเห็น เช่น ลุย AI ขึ้นธุรกิจใหม่ อะไรที่ก่อนหน้านี้ทำไม่ได้ ตอนนี้เรียนและลุยเองจนสร้างได้จริง

เรื่องสุดท้ายที่ประทับใจคือ ศิลปะการซื้อใจคนในแบบของพี่แคนคือความจริงใจและการหยิบยื่นโอกาส เช่นการควักเงินซื้อ Whoop Band แจกให้ทีมงานมากถึง 40 เส้น ไม่ได้คิดอะไรเยอะ แค่อยากให้สิ่งดีๆ กับผู้อื่นแบบจริงใจ

ขอบคุณพี่ๆทั้งสามท่านที่ได้มาแบ่งปันกัน
แล้วพบกันใหม่ใน Flow's Table รอบต่อไป 🙏🏻

#FlowsTable
#FlowtoGrow